วันอังคารที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2555

แผนฯ๑

บัญชา เกียรติจรุงพันธ์. (2554). แผนการจัดการเรียนรู้. เอกสารคำสอนวิชากระบวนการจัดการเรียนรู้. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น...
.............................................................................

ความหมายของแผนการจัดการเรียนรู้
                 แผนการจัดการเรียนรู้ เป็นการวางแผน การออกแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้บรรลุเป้าหมาย โดยสอดคล้องกับตัวชี้วัด และมาตรฐานสาระการเรียนรู้ เป็นวิธีการจัดการเรียนรู้สำหรับปฏิบัติการจริงรายคาบ
               ความแตกต่างระหว่าง แผนการจัดการเรียนรู้ กับ แผนการสอน คือ
                              แผนการสอน เป็นการวางแผนสำหรับครู ว่าครูจะสอนอย่างไร ดำเนินกิจกรรมไปอย่างไร จึงจะทำให้นักเรียนบรรลุตามจุดประสงค์
                              แผนการจัดการเรียนรู้ เป็นการวางแผนสำหรับนักเรียน ว่านักเรียนจะเรียนรู้อย่างไรบ้าง จึงจะพัฒนาความรู้ความสามารถของตนเองได้จนบรรลุตามจุดประสงค์
                        องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ (ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน)
1. สาระสำคัญ
2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 
3.  สาระการเรียนรู้  
4.  กระบวนการจัดการเรียนรู้
5.  สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
6.  การวัดประเมินผล (การตรวจสอบผลการเรียนรู้)
7.  การบันทึกผลการจัดการเรียนรู้ (การบันทึกผลหลังสอน)

รายละเอียดของแต่ละองค์ประกอบ
1.    สาระสำคัญ
      หมายถึง ความคิดรวบยอด (Concept) ของเรื่องที่จะสอน  ในวิชาภาษาไทย สามารถเขียนได้สองประเด็น คือ   1. เขียนความคิดรวบยอดของเรื่องที่เรียน  หรือ 2. เขียนความคิดรวบยอดของทักษะทางภาษาที่เรียน  เช่น สมมุติว่าสอนเรื่องพระอภัยมณี สาระสำคัญอาจจะเป็น แบบที่1. คือความคิดรวบยอดของพระอภัยมณี..เฉพาะตอนที่เรียนในชั่วโมงนี้   หรือ 2. แม้จะเรียนพระอภัยมณีแต่วันนี้เป็นการอ่านออกเสียงเป็นทำนองเสนาะ..ความคิดรวบยอดอาจจะเป็นแบบที่  2. คือ วิธีการอ่านทำนองเสนาะก็ได้ เป็นต้น
           แนวทางการเขียนสาระสำคัญ ควรเขียนให้ครบองค์ประกอบ 3 ส่วน ได้แก่ คือ-ควร-คุณค่า   วิธีเขียนคือ    ส่วนแรก ให้เขียนว่าสาระสำคัญนี้คืออะไร หมายถึงอะไร หรือมีลักษณะอย่างไร  ส่วนที่สองเขียนว่าควรเรียนรู้อย่างไรหรือมีพฤติกรรมการเรียนรู้อย่างไร  ส่วนที่สามคือจะเกิดประโยชน์หรือมีคุณค่าอย่างไร เช่น  สาระสำคัญของการสอนคำที่สะกดด้วยแม่กง เขียนได้ว่า
                        (1) คำที่สะกดด้วยมาตราแม่กง  คือคำที่มีพยัญชนะ    เป็นตัวสะกด    (2) เมื่อฝึกอ่านและเขียนอย่างสม่ำเสมอ  (3)จะช่วยให้อ่านและเขียนได้ถูกต้องตรงกับความหมาย  และนำไปใช้ได้อย่างถูกต้องตามหลักการใช้ภาษา

2.   จุดประสงค์การเรียนรู้   
                  จุดประสงค์สามารถเขียนได้หลายรูปแบบ แต่สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้ข้อแนะนำว่า ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ควรเขียนจุดประสงค์การเรียนรู้เป็นแบบ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม หมายถึงจุดประสงค์ที่เขียนให้เห็นว่าผู้เรียนมีพฤติกรรมที่แสดงออกว่าเกิดการเรียนรู้อย่างไรบ้าง  วิธีการเขียนแบบนี้ คือการเขียนจุดประสงค์ที่มีครบทั้ง 3 ส่วนได้แก่ . สถานการณ์ที่กำหนด   . พฤติกรรมที่เรียนรู้ และ ค. เกณฑ์การวัดประเมินผล 
              ในขณะเดียวกัน จุดประสงค์นี้ จะต้องแสดงให้เห็นครบทั้งสามส่วนของประสบการณ์ของการเรียนรู้ด้วย คือมีครบทั้ง   องค์ความรู้  (K) ทักษะ/กระบวนการ (P) คุณลักษณะที่พึงประสงค์ (A) ด้วย ดังตัวอย่างการเขียน เช่น

                  จุดประสงค์การเรียนรู้
  (ก) เมื่อกำหนดให้เรียนเรื่อง ขนมไทยไร้เทียมทาน จากหนังสือเรียน.............แล้ว  นักเรียนสามารถ
      1.   (ข)อ่านออกเสียงเรื่องขนมไทยไร้เทียมทาน  (ค)ได้ถูกต้อง (P)
      2.  (ข)ตอบคำถามจากเรื่อง ขนมไทยไร้เทียมทาน  (ค)ได้อย่างถูกต้อง (K)
      3.  (ข)อ่านและเขียนคำมาตราแม่กงจากเรื่องขนมไทยไร้เทียมทาน  (ค)ได้ถูกต้อง (P)
      4.  (ข)บอกความหมายของคำมาตราแม่กง ที่กำหนดให้ (ค)ได้ถูกต้อง (K)
      5.  มีความเพียรพยายามในการอ่านออกเสียงและเขียนคำให้ถูกต้อง (A)

3.  สาระการเรียนรู้   (ต้องประกอบด้วย  Knowledge    Process  Attitude  โดยระบุให้ชัดเจน )
            ใน พ.ร.บ.การศึกษา 2542 และใน นิยามคำศัพท์หลักสูตร 2544 หน้า 6  อธิบายไว้ตรงกันว่า       “สาระการเรียนรู้ หมายถึง องค์ความรู้ ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะสำคัญที่ระบุไว้ในมาตรฐานการเรียนรู้ที่นักเรียนต้องรู้และปฏิบัติได้”  ดังนั้น การเขียนสาระการเรียนรู้ จะต้องเขียนให้ครบทั้งสามส่วนมีรายละเอียดดังนี้
            1. องค์ความรู้ (K) (พุทธิพิสัย) หมายถึง เนื้อเรื่องที่จะเรียนในคาบนี้  หรือ วรรณกรรมที่จะเรียนรู้ในคาบนี้ หรือองค์ความรู้ที่จะได้รับในคาบนี้ สิ่งที่เป็นองค์ความรู้  เช่น วรรณกรรม หลักภาษา นิทาน บทความ เพลง บทอ่าน ร้อยกรอง ฯลฯ
           2
.    ทักษะ/กระบวนการ (P) (ทักษะพิสัย)  หมายถึง วิธีการที่นักเรียนกระทำเพื่อที่จะให้เกิดองค์ความรู้ หรือพฤติกรรมของนักเรียนที่แสดงว่ากำลังเรียนรู้  แบ่งออกเป็นสองส่วนคือ ทักษะ หมายถึง สิ่งที่ให้นักเรียนทำซ้ำๆเพื่อให้เกิดความชำนาญ  ส่วนที่สองคือกระบวนการ หมายถึง ลำดับขั้นตอนที่ให้นักเรียนกระทำไปตามลำดับขั้นตอนจนไปสู่ความสำเร็จของประเด็นนั้นๆ ส่วนที่แสดงว่าเป็นทักษะหรือกระบวนการ เช่น  อ่าน เขียน พูด อภิปราย แสดง วิเคราะห์ ประเมิน นำเสนอ  เล่น  ทำ ร้อง ฯลฯ
            3.     เจตคติ หรือคุณลักษณะ(A) (จิตพิสัย) หมายถึง สิ่งที่เกิดขึ้นในภาวะจิตใจของนักเรียนในขณะที่เรียนรู้ในเนื้อหาสาระตามประสบการณ์ที่ครูจัดให้ในคาบนี้ เจตคตินี้ครอบคลุมไปถึงลักษณะต่างๆ 4 ลักษณะ ดังนี้คือ 1. อารมณ์-ความรู้สึก   2. ค่านิยม   3. คุณธรรมจริยธรรม 4. คุณลักษณะที่พึงประสงค์  ส่วนที่เป็นเจตคตินี้สามารถเขียนด้วยคำว่า เกิด มี รู้สึก ตระหนัก แสดง ฯลฯ
3.         กระบวนการจัดการเรียนรู้
                หมายถึง การออกแบบ การวางแผนในการจัดประสบการณ์เพื่อการเรียนเรียนรู้ให้นักเรียนอย่างเป็นลำดับขั้น โดยให้สอดคล้องกับหลักเรียนรู้ของมนุษย์ตามศาสตร์ต่างๆ เช่น
               ถ้าเชื่อว่ามนุษย์ต้องเรียนรู้จากประสบการณ์คนอื่น ก็จัดลำดับขั้นให้เรียนรู้จากเนื้อหา เรื่องราวที่เป็นการแก้ปัญหาของคนอื่น  หรือถ้าเชื่อว่ามนุษย์สามารถพัฒนาโดยการปฏิบัติซ้ำๆ ก็จัดกิจกรรมให้ทำซ้ำๆเพื่อให้เกิดความชำนาญ หรือถ้าเชื่อว่ามนุษย์เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ก็หาสื่อ อุปกรณ์มาให้ฝึกค้นคว้าทดลองด้วยตนเอง เป็นต้น  
             ดังนั้น การจัดลำดับขั้นการสอน บางครั้งก็จัดลำดับตามกระบวนการที่เหมาะสมตามเนื้อหาสาระ บางครั้งก็จัดกระบวนการตามขั้นตอนที่มีบุคคลทำวิจัยไว้แล้วว่าดี  อย่างไรก็ดี สามารถประเมินในเบื้องต้นได้ว่าเหมาะสมหรือไม่ด้วยหลักการดังนี้คือ  1). มีการทบทวนประสบการณ์หรือไม่   2). มีการเชื่อมโยงหรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์เก่ากับประสบการณ์ใหม่หรือไม่  3).มีการสรุปองค์ความรู้หรือไม่  4). มีการเสนอผลการเรียนรู้หรือไม่  
               กระบวนการจัดการเรียนรู้นี้ คือการจัดลำดับตามขั้นตอนของวิธีสอนหรือรูปแบบการสอน ซึ่งหมายถึง ขั้นตอนที่ผู้สอน ดำเนินการให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ด้วยวิธีการต่างๆ  ตามองค์ประกอบและขั้นตอนสำคัญที่เป็นลักษณะเฉพาะหรือลักษณะเด่นที่ขาดไม่ได้ของวิธีนั้นๆ    หรือจัดขั้นตอนตามกระบวนการเรียนการสอน ซึ่งคำว่า กระบวนการเรียนการสอน  (กรมวิชาการ  กระทรวงศึกษาธิการ, 2534)  ได้ให้ความหมายไว้ว่า  เป็นการสอนที่  1). ให้ผู้เรียนสามารถทำตามขั้นตอนได้ และรับรู้ขั้นตอนทั้งหมดจนสามารถนำไปใช้ได้จริงในสถานการณ์ใหม่ๆ  2). ให้ผู้เรียนได้ฝึกฝน จนเกิดทักษะ สามารถนำไปใช้ได้อย่างอัตโนมัติ